มันออกจะช้าเกินไปสักหน่อยที่มาพูดถึงภาพยนต์เรื่องนี้ในช่วงที่ใกล้จะลาโรง แต่ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปดูหลังจากที่ต้องสู้รบกับการงานอันยุ่งเหยิงมาตลอด และก็รู้สึกว่าไม่ผิดหวังจริงๆ

ถ้าพูดถึงหนังสัตว์ประหลาด หลายๆคนก็อาจจะนึกถึงปีศาจร้ายอสูรกายขนาดยักษ์ที่เข้าอาละวาดฆ่าผู้คนและกัดกินเป็นอาหาร และสุดท้ายก็จะมีฮีโร่เป็นพระเอกมาปราบมันซึ่งเขาอาจจะเป็นคนสำคัญในกองทัพ รัฐบาล หรือผู้เชี่ยวชาญในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งตอนจบก็เป็นไปตามสูตร

แต่กับ THE HOST นั้น ไม่ใช่...

บองจุนโฮ คือผู้กำกับบ้าบิ่นที่ริอ่านจะสร้างหนังสัตว์ประหลาดฟอร์มยักษ์เรื่องแรกของเกาหลี เขากล้าที่จะบอกว่าหนังของเขาเป็นหนังเกรดบี ซึ่งมันก็ดูเหมือนจริงๆตามนั้น แต่ THE HOST ก็เป็นหนังเกรดบีที่ไม่ใช่หนังเกรดบีซะทีเดียว เมื่อไปดูแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภาพยนต์เรื่องนี้ถึงได้รับคำวิจารณ์ในทางที่ดีครั้งแล้วครั้งเล่าในเทศกาลหนังเมืองคานส์ มีผู้คนยืนปรบมือให้ทุกรอบ และตัวบองจุนโฮนั้นก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้กำกับที่น่าจับตามองคนหนึ่งของเกาหลี

THE HOST เปิดฉากขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำฮานซึ่งเต็มไปด้วยสารปนเปื้อน (NOTE : ความสำคัญของแม่น้ำฮานเปรียบได้กับแม่น้ำเจ้าพระยาของบ้านเรา) มีครอบครัวของชายชราชื่อแฮบองผู้มีลูกชายคนโตไม่เอาไหนชื่อว่ากังดู เขาเปิดร้านขายขนมและอาหารอยู่ริมฝั่ง มีหลานสาวที่น่ารักชื่อฮุนเซียวเป็นแก้วตาดวงใจ

แต่แล้วความสงบก็พังทลายเมื่อผู้คนเริ่มสังเกตเห็นถึงสิ่งประหลาดที่ห้อยหัวอยู่กลางสะพาน มันค่อยๆไหลตัวตกลงไปในน้ำและไม่กี่วินาทีต่อมามันก็บุกขึ้นมาบนฝั่งและเริ่มวิ่งไล่ผู้คนอย่างเอาเป็นเอาตาย กังดูคว้าแขนลูกสาววิ่งหนีแต่ด้วยความชุลมุนทำให้เขาคว้าผิดคน และเมื่อหันกลับไปอีกทีก็พบว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนั้นมันคว้าตัวลูกสาวเขาลงน้ำไปด้วยเสียแล้ว กังดูเสียใจจนแทบบ้า เขาถูกนัมอิลน้องชายซึ่งเป็นบัณฑิตตกงานด่าว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลานสาวที่ตัวเองรักมากต้องตาย จนนัมจูน้องสาวที่เป็นนักกีฬายิงธนูต้องเข้ามาห้ามทั้งๆที่ตัวเองก็เสียใจไม่แพ้กัน

แต่ขณะที่ทั้งครอบครัวตกอยู่ในความเศร้านั้นเอง จู่ๆกังดูก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว ฮุนเซียวยังไม่ตายแต่ถูกเก็บไว้เป็นอาหารสำรองของเจ้าสัตว์ประหลาด กังดูและครอบครัวเพียรพยายามบอกเจ้าหน้าที่แต่ไม่มีใครสนใจ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องพึ่งพาตัวเองแทนที่จะหวังให้รัฐบาลคอยช่วยเหลือ...

ถ้าจะว่า THE HOST เป็นหนังครอบครัวมันก็ไม่แปลกนัก ในเมื่อเรื่องนี้ให้อารมณ์ดราม่าแบบครอบครัวอย่างแท้จริง แถมยังเป็นสังคมแบบชาวตะวันออกเสียด้วย ภาพที่คนทั้งครอบครัวทั้งปู่ พ่อ อาชายและอาหญิง ที่พยายามทำทุกวิธีทางต่อกรกับสัตว์ประหลาดเพื่อช่วยหลานสาวคนเดียวนั้น นั่นคือเสน่ห์และความแปลกกว่าในหนังแนวสัตว์ประหลาดทั่วๆไป แทนที่จะเป็นพระเอกเท่ๆ แต่กลับเป็นชาวบ้านที่ไหนก็ไม่รู้ หนังยังให้อารมณ์เสียดสีต่างๆบวกกับอารมณ์ขันในจุดที่ไม่น่าจะมีแสดงออกถึงความเป็นหนังเกาหลีอย่างชัดเจน (แม้แต่ใบปิดหนังก็ยังให้อารมณ์แบบเกาหลี)

เรื่องเอฟเฟคนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะได้มือดีจากต่างประเทศมาช่วยทำ (Pirate of the carribean,Harry Potter 4) สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ที่ตัวไม่ใหญ่นักขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าโบกี้รถไฟ ยิ่งทำให้รู้สึกน่ากลัวปนขำในความเพี้ยนของมันในบางที นึกภาพว่าระหว่างคุณถูกตะกวดยักษ์(ขนาดพอๆกับคุณหรือใหญ่กว่า)วิ่งไล่กวดกับช้างตัวใหญ่ไล่ตาม แบบไหนจะน่ากลัวกว่ากัน?

หนังเกรดบีคืออะไร?

ถ้าหนังเกรดบีต้องมีองค์ประกอบคือ 1.ทุนต่ำ-โปรดักชั่นห่วย 2.นักแสดงโนเนม 3.บทหนังตายตัว 4.ขายคนเฉพาะกลุ่ม 5.มีแค่แนวแอคชั่น-สยองขวัญชวนแหวะ-ไซไฟสติเฟื่อง THE HOST ก็ไม่เข้าข่ายนัก แม้อารมณ์ของหนังจะเป็นแบบนั้นก็ตาม อย่างน้อยตัวบองจุนโฮก็กล้าที่จะนำเสนอแบบไม่กลัวไร้สาระ (แต่เราคิดว่ามันสาระแฝงหนักหน่วงมากเลย) เขาบอกว่าภาพยนต์เรื่องนี้ของเขาคือความบันเทิงล้วนๆซึ่งมันก็จริง!

ถ้ามีโอกาส (ซึ่งน้อยเต็มทน) อยากให้ลองไปดูกันในโรง หรือไม่อย่างนั้นก็ลองหาแผ่นมาดูถ้าคุณยังไม่มั่นใจในหนังเกาหลีแนวแปลกที่ไม่ใช่แบบรักยัยตัวร้ายหรือเศร้าใจหายอย่างที่คุ้นเคยกัน

9 เต็ม 10 เลยค่ะ! สำหรับเรื่องนี้

(จากซ้ายไปขวา กังดู(รับบทโดยชองคังโฮ): พ่อ, นัมจู(เบดูนา) : อาหญิง,เฮบอง(ยูนแฮบอง) : ปู่,นัมอิล(ปาร์คเฮอิล) : อาชาย)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet