FILM

เชื่อเลยว่าคนที่เกิดในช่วงปี 80 อย่างเรา (แง่ว...รู้อายุหมด) คงจะไม่มีใครไม่รู้จักภาพยนต์ดังเรื่องนี้ "บุญชู" แสดงนำโดยพระเอกหนุ่มผู้ซึ่งบัดนี้กลายเป็นดารารุ่นเก๋าที่รับมาแล้วทุกบท "สันติสุข พรหมศิริ" (ขวัญใจเจ้าของบลอค อิๆๆ) และดาราสาวมากความสามารถ "จินตหรา สุขพัฒน์"

เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มใสซื่อ "บุญชู บ้านโคก" ผู้อิมพอร์ตมาจากสุพรรณ มีเอกลักษณ์คือเสียงเหน่อและอุปนิสัยแบบคนบ้านน๊อกบ้านนอกที่น่ารักสุดหัวใจ ในภาคแรกเขาเข้ามาเพื่อที่จะสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเมืองกรุง และได้รักแรกพบกับสาวน้อยน่ารัก "โมลี" (สะกดถูกไหม?) 

กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ประกอบด้วย
บุญชูผู้น่ารัก (2531)
บุญชู 2 น้องใหม่ (2532)
บุญชู 5 เนื้อหอม(2533) ส่วน 3 และ 4 นั้นทำเป็นตอนสั้นๆก่อนเข้าเนื้อเรื่องในตอนที่ 5 ถ้าจำไม่ผิด ภาค 3 ชีวิตประจำวัน ภาค 4 นี่จะชื่อ ปีๆหนึ่ง นะ ถ้าผิดขออภัย
บุญชู 6 โลกนี้ดีออกสุดสวยน่ารักน่าอยู่ ถ้าหงุ่ย (2534)
บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ(2536)
บุญชู 8 รักเธอเสมอ (2538)

(บุญชู ทั้ง 6 ภาค ข้อมูลจากเวป Pantip.com ขอบพระคุณมากค่ะ)

ภาพยนต์คุณภาพเรื่องหนึ่งที่เมื่อกลับมาดูใหม่ก็เป็นอันต้องให้คิดถึง และอดหัวเราะไม่ได้กับมุขง่ายๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเติมแต่งมาก บทไม่หวือหวา พล๊อตที่แสนธรรมดาแต่แสนมีเสน่ห์ ให้ครบทุกอารมณืทั้งสุข ตลก สนุกสนาน มิตรภาพ ความรัก ข้อคิดสอนใจ

และปีนี้ก็ครบรอบปีที่ 20 ของหนังเรื่องนี้แล้ว เลยมีกำหนดการที่จะสร้างภาค 9 ออกมา

เอาข่าวมาฝากกันค่ะ

ไฟว์สตาร์ หวนรำลึกบุญชู ออกฉายทีวีก่อนสร้างภาค 9


ภาพยนตร์ที่เคยสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมอย่าง “บุญชู” ที่มีการสร้างติดต่อกันมาหลายภาคนั้น มีอายุครอบรอบ 20 ปีพอดี ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น เลยประกาศสร้าง “บุญชู ผู้น่ารัก ภาค 9” โดยในภาคนี้จะดำเนินเรื่องมาจนถึงรุ่นลูกของบุญชู ซี่งผู้กำกับก็คงหนีไม่พ้นผู้กำกับคนเดิม บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เกี่ยวกับเรื่องนี้ อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร ผู้บริหารไฟว์สตาร์ เปิดเผยว่า

“ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์ชุด “บุญชู” ที่มี สันติสุข พรหมศิริ และ จินตหรา สุขพัฒน์ แสดงนำ ออกสู่สายตาครั้งแรกเมื่อปี 2531 โดยเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น นอกจากนั้นภาพยนตร์ชุดบุญชูที่สร้างภาคต่อๆ มา ก็ได้รับการบันทึกว่าเป็นภาพยนตร์ซึ่งได้รับความนิยมทำรายได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกภาค จนมาถึงในปีนี้ครบรอบ 20 ปีพอดี ทางไฟว์สตาร์เลยถือโอกาสอันดีที่จะสร้างภาพยนตร์ บุญชูผู้น่ารัก ภาค 9 โดยยังคงกำหนดให้เป็นภาพยนตร์ตลกเฮฮาแฝงสาระตามสไตล์ขงบัณฑิต ฤทธิ์ถกล
นอกจากนี้แล้วกลุ่มพันธมิตรบันเทิงอย่างโมเดิร์นไนน์ จะนำภาพยนตร์บุญชูภาค 1-2 และ 5 ฉบับปรับปรุงใหม่ มาออกอากาศในเดือน เมษายน ทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้ผู้ชมทั่วประเทศได้หัวเราะและสนุกสนานกัน โดยจะเป็นภาพยนตร์ฉบับที่ผ่านการรีมาสเตอร์ใหม่ทั้งหมด



อีกอย่างก็คือ บริษัทสยามอินเตอร์คอมมิค ได้จัดทำการ์ตูนบุญชู สำหรับแฟนๆ คนรุ่นใหม่ด้วย นอกจากนี้ช่อง 9 จะจัดเวลาพิเศษสำหรับคนรักบุญชู เพื่อหวนรำลึกถึงตัวละครบุญชู โดยเป็นการจับมือกันของสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย และชมรมวิจารณ์บันเทิง ที่จะร่วมกันจัดทำและนำเอาช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงบุญชูมาออกอากาศในวันหยุดชดเชยวันจักรี 7 เม.ย. เวลา 14.00 น. ทางช่อง 9 (จริงๆฉายในวันสงกรานต์ 14-16 ภาค1-2-5 ค่ะ เหลือพรุ่งนี้อีกวัน อย่าลืมดูกันนะ)

ในส่วนของการดำเนินงานสร้าง ก็จะมี สันติสุข-จินตหรา และนักแสดงชุดเดิมมาร่วมแสดงพร้อมหน้า รวมทั้งนักแสดงรุ่นใหม่ สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข มาด้วย และจะมีการเปิดรับนักแสดงหนุ่มรุ่นใหม่ใสซื่อบริสุทธิ์ เพื่อเข้ารับบท “บุญโชค” ลูกชายของบุญชูด้วย”

--------------------------------------

เมื่อดูเรื่องนี้แล้วก็อดนึกถึงภาพยนต์ไทยเรื่องอื่นๆไม่ได้ อย่าง "บุญตั้งไข่" "สมศรี 422อาร์" (รู้สึกว่าทุกเรื่องจะสันติสุขทั้งนั้น 55+)

ทำไมภาพยนต์สมัยก่อน ไม่ต้องทุนสร้างมากมาย ไม่ต้องพล๊อตหวือหวา ไม่ต้องมีผี ไม่ต้องมีฉากตลกสกปรก ไม่ต้องมีคำหยาบ และไม่ต้องมีฉากอย่างว่า แต่ดูกี่ครั้งแล้วถึงสนุก ดูดี

นี่หรือเปล่าที่เรียกว่า "ความคลาสสิค"

มีอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นของคุณบัณฑิตกำกับเหมือนกัน รุ่นใหม่หน่อย "ชื่อชอบ ชวนหาเรื่อง" เป็นเรื่องที่ตัวประกอบหน้าตาแสนคุ้นเคยทั้งนั้น (แน่นอนว่ามีคุณสันติสุข) เรื่องนี้ก็ให้กลิ่นอายแบบความรู้สึกที่แสนคิดถึงเช่นกัน แนะนำว่าลองไปหามาดูค่ะ

เรื่องย่อ

เรื่องราวชีวิตสุดหักเหปนเปเสียงฮาเฮ กับชีวิตลูกผู้ชายชื่อแปลกๆ คำเดียวโด่เด่ว่า ชอบ (รับบทโดย สิทธา เลิศศรีมงคล) นายคนนี้กำลังคบหาดูอกดูใจกับ อินทุอร (รับบทโดย เพชรรัตน์ พุ่มคำ) แล้วทำไมล่ะ กับการคบหาผู้หญิง มันผิดแปลกตรงไหน !! ถ้าอินทุอรเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาก็ไม่เป็นไร แต่เธอเป็นถึงลูกพ่อเลี้ยงผู้กว้างขวาง ใหญ่คับทุกตารางนิ้วของภาคเหนือ!

เรื่องไม่ธรรมดาก็ไม่ธรรมดายิ่งกว่า เมื่อ พ่อเลี้ยงโพ (รับบทโดย สะอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์) พ่อของอินทุอร ให้นายชอบพิสูจน์รักแท้ที่มีต่อลูกสาว โดยให้นายชอบใช้เวลา 7 วัน เดินทางไปภาคเหนือ และระหว่างทางต้องหาเรื่อง และมีเรื่องไปตลอดทาง จนกว่าจะไม่มีใครกล้าจะหาเรื่องด้วย หากสำเร็จก็จะยกลูกสาวให้ พร้อมสมบัติทรัพย์สินอีกครึ่งหนึ่ง แต่บุพเพกลับอาละวาด ให้มาพบกับ นลิน (รับบทโดย ดาราวัลย์ วิไลงาม) สาวเหนือผู้อาภัพรัก ที่ต้องการกลับเหนือเพื่อรักษาแผลใจ โดยไม่มีเงินติดตัวซักแดง แล้วยุทธการหาเรื่องทั่วราชอาณาจักร ก็เริ่มขึ้นพร้อมคู่หูคนใหม่...

---------------------------

ถ้าหนังไทยดีๆแบบนี้ก็ควรสนับสนุนค่ะ!

NoRin

edit @ 16 Apr 2008 13:05:37 by พี่รินจ้า

 

ลุ้นกันตัวโก่งกับรางวัลสุพรรณหงส์ครั้งที่ 17 เมื่อคืนนี้ และผลออกมาก็....

 

ไปดูกัน ก่อนที่จะมาใส่ความเห็นส่วนตัว

 

ผลรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 17


การสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม

 - สุรเอก ทองเพชร, วีระ แซ่อึ้ง, Julien Van Hoenacker, Joaquim Montserrat (บอดี้ ศพ#19)

แต่งหน้ายอดเยี่ยม - อมฤต โชคปรีชา (ไชยา)

ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม - นิรชรา วรรณาลัย (ตั๊ดสู้ฟุด)

กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม - ณัฐศิริ เศรษฐการวิจิตร (ไชยา)

ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม - ไกวัล กุลวัฒโนทัย (พระพุทธเจ้า)

เพลงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - ส่วนหนึ่งของฉัน (แฝด)

บันทึกเสียงยอดเยี่ยม - กันตนา แลบอราทอรี่ส จำกัด (เพื่อน...กูรักมึงว่ะ)

ลำดับภาพยอดเยี่ยม - สุนิตย์ อัศวนิกุล (ไชยา)

กำกับภาพยอดเยี่ยม - ทิวา เมยไธสง (เพื่อน...กูรักมึงว่ะ)

บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - พจน์ อานนท์ (เพื่อน...กูรักมึงว่ะ)

ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม - เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ (รักแห่งสยาม)

ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม - สนธยา ชิตมณี (ไชยา)

ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (รักแห่งสยาม)

ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม - มาช่า วัฒนพานิช (แฝด)

ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม - อัครา อมาตยกุล (ไชยา)

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - รักแห่งสยาม (สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล)

 ------------------------------

 เห็นรางวัลออกมาแล้วใจหาย ทำไมน้องได้แค่รางวัลเดียว!! ทั้งๆคิดว่าน้องน่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 2-3 รางวัล อย่างน้อย บทภาพยนต์กับเพลงประกอบ (คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว) ก็น่าจะได้อยู่ เพราะเพลงประกอบของ บอดี้ เป็นอะไรที่เป็นแก่นของเรื่องจริงๆแบบที่เรียกว่าขาดไปไม่ได้ เป็นจุดกำเนิด เป็นตัวที่ทำให้เรื่องดำเนินต่อไปจนกระทั่งสิ้นสุด ส่วนบทภาพยนต์ก็ทำได้ดีมาก! มากขนาดที่คอหนังหักอย่างเรายังต้องนับถือ แต่ก็อย่างว่าว่ามันออกจะไปในแนวที่ไม่ค่อยในทางคนไทยเท่าไหร่ มันไม่ดราม่า ไม่ซึ้ง ไม่สมหวัง ไม่แฮปปี้เอนดิ้ง ไม่น้ำเน่าอย่างที่คนไทยชอบดู มันแปลก มันแหวก มันเหนือจินตนาการไปหน่อย

แต่อย่างนั้นก็เถอะ บทภาพยนต์ยอดเยี่ยมมันก็ไม่ควรจะเป็นเรื่องเพื่อน กูรักมึง แน่นอน โนะรินเป็นคอหนังเกย์ และโนะรินก็เป็นสาววาย แต่โนะรินไม่ชอบเรื่องนี้ สิ่งที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ก็คือรางวัลที่สมควรได้ไปแล้ว นั่นคือ กำกับภาพยอดเยี่ยม แต่ไม่เข้าใจว่าบทภาพยนต์ที่ไม่มีที่มาที่ไป ทำไมถึงได้รางวัลนี้ ไม่ทราบว่าใช้เกณฑ์อะไร? เพราะบทที่ไม่แน่นอนเหมือนชีวิตคนงั้นเหรอ? แต่ว่า นี่เป็นหนังนะ เป็นภาพยนต์ ไม่ใช่สารคดีชีวิตคน อย่างน้อยเรื่อง ขอให้รักจงเจริญ หรือ พลอย ก็น่าจะเหมาะกับรางวัลนี้ซะกว่า (ถ้าอยากจะกั๊กไม่ให้รักแห่งสยามอีกรางวัล)

อีกหลายๆอย่างที่มันไม่ได้มาตรฐานเอาเสียเลย เข้าใจว่าอยากจะกั๊กรางวัลให้แบ่งๆกันไป แต่มันลดทอนความน่าเชื่อถือของคนดูหนัง โนะรินไม่คิดว่านี่เป็นกำลังใจให้คนดูหนังหรอก แต่มันเหมือนการดูถูกมากกว่า ถ้าแข่งกันแล้วต้องแบ่งรางวัลมาให้อย่างน่าสมเพชแบบนี้ สู้ไม่ได้อะไรเลย แล้วยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าเขาดีกว่า แล้วเราก็ทำดีที่สุดแล้วด้วย อย่าง รักแห่งสยามที่มันดี ก็คือดีจริงๆ ใครๆเขาก็เห็น สมควรแล้วที่ได้ภาพยนต์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับ และจริงๆถ้าจะได้บท เพลง อีกก็ไม่เห็นแปลก

สุดท้ายคำว่าจะให้ประเทศไทยเป็นมาตรฐานโลก ให้หนังไทยเดินหน้าสู่สากลก็แค่ฝันลมแล้ง

 

เอาเหอะ อย่างน้อย บอดี้ ศพ19 ของน้องก็ได้ CG ยอดเยี่ยมแหละวะ (ไม่ได้ก็ให้มันรู้ไปดิ เล่น CG กันทั้งเรื่อง เหอะๆ)

 

NoRin

ในที่สุดพี่ก็จะได้ดูน้องเป้ที่น่ารักแสนดี ผ่านจอเงินใหญ่ๆเสียที แม้พี่จะเป็นคนกลัวผีก็ตามทีเถอะ!

บอดี้ ศพ#19
คนตายกำลังจะพูดความจริง

หนังสยองเบอร์ล่าสุด จาก GTH

กำหนดฉาย : 4 ตุลาคม 2550

แนว : สยองขวัญ / สืบสวน

นำแสดงโดย : อารักษ์ อมรศุภศิริ, ภัทรวรินทร์ ทิมกุล, กฤตธีรา อินพรวิจิตร, อรจิรา แหลมวิไล

กำกับการแสดงโดย : ปวีณ ภูริจิตปัญญา

บทภาพยนตร์โดย : ปวีณ ภูริจิตปัญญา

สร้างโดย : จี ที เอช โปรดักชั่น

จัดจำหน่ายโดย : จี ที เอช (GTH)

เรื่องย่อ
ฟังความจริงจากตู้หมายเลข 19
จากข้อมูลของบริษัทอุปกรณ์ทางการแพทย์ระบุว่า ตู้เก็บศพแบบมาตราฐานจะมีลักษณะเป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 240 ซม. กว้าง 90 ซม. และสูง 80 ซม. ภายในมีหลอดไฟเล็กๆ ที่จะสว่างขึ้นเมื่อฝาตู้เปิดออกแบบเดียวกับประตูตู้เย็น
ชล (อารักษ์ อมรศุภศิริ - เป้ วงเสลอ) ไม่ได้นอนมาแล้วเกือบอาทิตย์ เขาไม่อยาก ไม่กล้าและไม่อาจข่มตานอน เพราะยามใดก็ตามที่เผลอหลับตาชลจะฝันเห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร จำได้แค่ว่าเขาเคยสบตาผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้โดยบังเอิญครั้งหนึ่งในร้านอาหาร ในฝันเธอกรีดร้องให้เขาทำอะไรบางอย่าง...และเขาคงไม่มีวันหยุดฝันร้าย ถ้าไม่ทำตามคำสั่งของเธอ วัสดุพื้นถาดรองร่างมีให้เลือกทั้งแบบบุนวมและแบบเหล็กสแตนเลส ส่วนประตูดึงถาดสไลด์นั้นชนิดทางยาวเป็นที่นิยมกว่าทางขวางเนื่องจากประหยัดเนื้อที่

อาการของชลทำให้ เอ๋ (อรจิรา แหลมวิไล) พี่สาวซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดบังคับให้เขาเข้ารับการบำบัด ชลเล่าให้ อุษา (กฤตธีรา อินพรวิจิตร) จิตแพทย์ของเขาฟังว่า ทุกครั้งที่ฝันเขาจะรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นเหยื่อฆาตกรรมเสียเอง สัมผัสในวินาทีที่อวัยวะโดนทิ่มแทง แรงกระตุกของลมหายใจเมื่อวิญญาณหลุดจากร่าง ความทรงจำอันเจ็บปวดค่อย ๆ ชำแรกเข้าครอบงำสมองของชล...หรือเขากำลังจะเป็นบ้า ขนาดของตู้มีหลากหลาย ตั้งแต่ขนาดบรรจุ 2 ศพถึง 20 ศพ แต่ห้ามเด็ดขาดสำหรับแบบฮันนีมูนซีท ด้วยร่องรอยเพียงน้อยนิดของผู้หญิงในฝัน มันนำชลไปสู่ตู้เก็บศพหมายเลข 19 ชลพยายามจะพิสูจน์กับเอ๋ว่าเขาไม่ได้บ้าไปเอง และความลับในตู้ใบนั้นเท่านั้นที่จะยืนยันได้ ในขณะที่ยิ่งอุษารักษาชลนานเข้าเธอก็เริ่มสงสัยว่า ชลอาจเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว นับแต่เขาก้าวเข้ามาเป็นคนไข้ของเธอ อุณหภูมิตู้ควบคุมทั่วไปอยู่ที่ 38 องศาฟาเรนไฮห์ หรือ 3 องศาเซลเซียส ภายในตู้หมายเลข 19 ร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่ง นอนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่ที่ทั้งแคบ มืดมิดและหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจ เธอกำลังร่ำร้องหาใครบางคน...ด้วยความคิดถึง แต่มันเป็นความคิดถึงที่คุกรุ่นไปด้วยแรงแค้น แค้นที่ต้องมานอนอยู่ในตู้ใบนี้คนเดียว ...เธอกำลังกระซิบผ่านชลไปยังใครคนนั้นว่า กูคิดถึงมึง

Offical Site : Body Movie.com