*warning* เนื้อหามีการสปอยล์ (spoil) เล็กน้อย

 

"มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ยากจะเข้าใจได้"

โดยส่วนตัวหลังจากได้ดู The Happening แล้ว ไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นหนังซักเท่าไหร่ เหมือนกับ เอ็ม.ไนท์ ชยามาลาน (ผู้กำกับที่ไม่ค่อยมีคนเข้าใจเขา) ต้องการสื่อให้เป็นสารคดีมากกว่า ขอบอกตามตรงเลยว่าหนังเรื่องนี้ถ้ามองจากมุมมองของคนโดยทั่วไปมัน "ไม่สนุก" อย่างแน่นอน และคิดว่าคงไม่แนะนำให้คนรู้จักไปดูด้วย แต่สำหรับโนะรินที่เป็นแฟนหนังของเขาอย่างเหนียวแน่น แน่นอนว่าต้องชอบเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ใช่เพราะชยามาลานกำกับ(นั่นก็ส่วนหนึ่ง) แต่เป็นเพราะถูกใจจริงๆ

The Happening ต้องการสื่อถึงอะไร?

เป็นคำตอบที่ตอบค่อนข้างยาก เพราะเรื่องนี้อะไรๆดูจะคลุมเครือไปเสียทุกอย่าง แต่ไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร หรือนิยาย ทุกเรื่องจะต้องมีสิ่งหนึ่งคือ "คีย์เวิร์ด" ที่สำคัญของเรื่อง และคีย์เวิร์ดของเรื่องนี้ก็น่าจะเป็น "ธรรมชาติ" ชยามาลาน จับเอาประเด็นธรรมชาติ ความรัก และออร่าในร่างกายมนุษย์มารวมกันเสียจนคนดูที่ไม่ชอบคิดอะไรมากแต่คิดว่าภาพยนต์คือความบันเทิงจนพาลเกลียดหนังเรื่องนี้ และเผลอๆตัวเขาเองจะโดนเกลียดไปด้วย

คนดูส่วนมากคิดว่าภาพยนต์คือความบันเทิงที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก ต้องเฉลยทุกอย่างให้กระจ่างตอนจบ ไม่ต้องคิดอะไรต่อ นั่นคือนิสัยการบริโภคความบันเทิงของคนไทย แต่สำหรับตัวโนะรินเองการดูภาพยนต์มันต้องไม่ใช่ได้แค่ความสนุก แต่ควรจะมีข้อคิดแอบแฝงด้วย และถ้ามองในแง่นี้ ภาพยนต์เรื่องนี้น่าจะได้คะแนนดี (สำหรับคนดูแล้วคิดได้) และสำหรับโนะรินเองมันได้คะแนนเต็มค่ะ เพราะลักษณะหนังของชยามาลาน กับลักษณะเรื่องของโนะรินมันช่างคล้ายกัน (เลยมีคนเกลียดเหมือนกัน 55+) การทำอะไรที่ให้คนดู คนอ่านได้คิดบ้าง มันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะการทำอะไรให้มันกระจ่างใสไปเสียหมด มันเหมือน "ดูถูก" คนดู - คนอ่านเสียมาก นี่ไม่ได้ทำหนังครอบครัวหรือหรังตลกซักหน่อย (แม้มันจะตลกก็เหอะ) นี่แหละนะเขาถึงบอกว่า มุขของอัจฉริยะ ก็มีแต่อัจฉริยะที่เข้าใจ

คนส่วนมากจะชอบ Sign (2002) เสียมากกว่า แต่เราว่าเรื่องนี้กับ Sign เป็นคนละประเด็น แม้อารมณ์ในหนังจะคล้ายกัน แต่เราคิดว่า Sign ให้ความรู้สึกระแวงและผวา ในขณะที่ Happening ค่อนข้างกดดัน และจุดสำคัญของ Sign คือ "มนุษย์ต่างดาว , สิ่งแปลกปลอมจากนอกโลก" แต่ Happenning คือ "ธรรมชาติ , สิ่งที่อยู่ในโลก"

The Happening บอกว่าเป็นเหมือนธรรมชาติกำลังทำการ"เตือน" แต่สำหรับโนะรินมันไม่ใช่การเตือน แต่เป็นเหมือนการ "ล้างแค้น" มากกว่า เพราะหลายครั้งแล้วที่ธรรมชาติกำลังเตือนเรา และกำลังลงโทษเราทีละนิด นับตั้งแต่ทสึนามิ (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะคะ) พายุนากีสที่พม่า และแผ่นดินไหวในจีน สุดท้าย ก็ไม่มีใครต่อต้านอำนาจของธรรมชาติได้ ต่อให้มนุษย์เรายิ่งใหญ่แค่ไหน มีวิทยาการแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ทุกที กวาดมาทีเดียวกลับไปเป็นพัน ไม่มีใครหนีไปได้ อย่างที่เห็นในหนังที่พระเอกรอด ไม่ใช่เพราะความรักอะไรหรอก แต่เป็นเพราะธรรมาติหยุดการลงโทษแล้วต่างหาก

คนเราทุกคนล้วนอยู่ใต้ความควบคุมของธรรมชาติทั้งสิ้น

และธรรมชาติที่ว่านั้นก็ไม่ได้หมายความถึงต้นไม้ใบหญ้าเท่านั้น แต่หมายถึงอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของมนุษย์ด้วย ดังจะเห็นในหนังว่า ที่ที่มีอำนาจด้านลบ แม้อยู่คนเดียวอย่างยายแก่ที่ตายให้เห็นเป็นคนสุดท้ายในเรื่องยังถูกสารในธรรมชาติควบคุมจนต้องฆ่าตัวตายไปอีกคน

ตัวหนังทำได้กดดันตั้งแต่ต้นเรื่อง คุมโทนมืดหม่นได้ตามแบบของชยามาลาน แต่การสื่อออกมาของเขามันยากที่จะมีคนเข้าใจจริงๆ บางจุดก็มีช่องโหว่แบบหาเหตุผลไม่ได้ แต่ถ้าจะให้สรุปแล้วล่ะก็

มันก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ยาก.....จะเข้าใจได้

และ

มันก็เป็นธรรมชาติของหนังแบบเอ็ม.ไนท์ ชยามาลาน ที่ยาก....จะเข้าใจได้เหมือนกัน

 

NoRin

edit @ 24 Jun 2008 17:08:42 by [No]Rin

edit @ 24 Jun 2008 17:10:19 by [No]Rin

แนะนำหนังดีน่าดูกันอีกหน่อย สำหรับผู้กำกับในดวงใจท่านนี้

THE HAPPENING
วิบัติการณ์สยองโลก

ชื่อภาษาไทย เดอะแฮปเพนนิ่ง วิบัติการณ์สยองโลก

จัดจำหน่ายโดย ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์

กำหนดฉายหนัง 13 มิถุนายน 2551

เรื่องย่อหนัง THE HAPPENING

วิทยาศาสตร์มักอ้างเหตุผลเพื่อบันทึกไว้เป็นตำรา แต่ในที่สุดมันก็เป็นได้เพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น พวกเราก็คงไม่มีทางรู้สำนึกกันเสียทีว่า ยังมีพลังอำนาจอีกแยะที่พวกเราไม่อาจเข้าใจถึงแสนยานุภาพของพวกมันได้ จาก THE HAPPENING เดอะแฮปเพนนิ่ง วิบัติการณ์สยองโลก

เรื่องราวของครอบครัวที่ต้องดิ้นรนหนีเอาชีวิตให้รอดจากวิบัติการณ์สยองโลกที่ไม่อาจหาคำอธิบายใด ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งได้ ซึ่งไม่เพียงรุกฆาตหวังทำลายมวลมนุษยชาติเท่านั้น หากยังถึงขั้นมุ่งทำลายสัญชาตญาณพื้นฐานสุด ๆ ของมนุษย์ นั่นคือ การรู้จักเอาชีวิตรอด ไปด้วย

วิบัติการณ์สยองโลกครั้งนี้เริ่มจากสัญญาณเตือนที่ไม่แน่ชัดนัก แต่ดูเหมือนจะดังระงมไปทั่วทุกแห่งหน เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้นหัวเมืองใหญ่ ๆ ในอเมริกาก็เกิดเหตุร้ายตายสุดสยองและแปลกประหลาดชนิดไม่อาจหาเหตุผลใด ๆ มาบ่งชี้ได้ และทำให้ผู้คนจิตตกเพราะช็อคกับผลของการทำลายล้างที่ร้ายแรงเกินจะรับมือไหว มันคืออะไรกันแน่ถึงสามารถทำลายสันดานของมนุษย์ได้อย่างสิ้นซากและเฉียบพลันขนาดนี้

หรือนี่คือการจู่โจมแนวใหม่ของผู้ก่อการร้าย หรือว่าเป็นการทดลองที่ผิดพลาดจนหยุดยั้งไม่ได้ หรือเป็นอาวุธเคมีสุดร้ายกาจ หรือว่าเป็นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสที่ควบคุมไม่อยู่ แล้วมันแพร่กระจายได้อย่างไรล่ะ พัดปลิวไปตามสายลมได้หรือเปล่า หรือว่าละลายลอยล่องไปตามสายน้ำได้ไหม ยังไงกันแน่

สำหรับครูสอนวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาในฟิลาเดลเฟีย อย่าง เอลเลียต มัวร์ (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) แล้ว ก็ทำได้เพียงต้องหาทางหนีรอดจากปรากฏการณ์ลึกลับและร้ายแรงถึงชีวิตนี้ไปให้ได้ แม้ว่าอัลม่า (ซูอี้ เดสชาเนล ) ผู้เป็นภรรยาและเขากำลังอยู่ในช่วงชีวิตสมรสลุ่ม ๆ ดอน ๆ แต่ทั้งคู่ก็ร่วมลงเรือลำเดียวกันอย่างเหนียวแน่น

เริ่มจากหนีหัวซุกหัวซุนกันทางรถไฟก่อนแล้วขับรถลุยกันต่อ โดยมี จูเลี่ยน (จอห์น ลากิซาโม่) ครูวิชาคณิตศาสตร์ที่สอนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเอลเลียต และ เจส (แอชลิน ซานเชส) ลูกสาววัย 8 ขวบของจูเลี่ยน ทั้งคณะมุ่งหน้าไปยังดินแดนปศุสัตว์ในเพนซิลเวเนีย ด้วยความหวังว่า คงรอดพ้นจากการจู่โจมที่น่าขนพองสยองเกล้า และแผ่กระจายเป็นวงกว้างออกไปไม่หยุดยั้ง

แต่แล้วมันก็ปรากฏชัดเลยว่า ไม่มีใครหรือที่แห่งใด จะอยู่รอดปลอดภัยได้ ฆาตกรสยองและมองไม่เห็นตัวนี่ช่างร้ายกาจชนิดไม่อาจมีใครโค้นลงได้ จนกระทั่งเอลเลียตเริ่มเข้าใจสันดานดิบอันเป็นแก่นแท้ของอันตรายที่กำลังจะเข้ามาถึงตัว แล้วก็ยังล่วงรู้ไปถึงสิ่งที่ปลดปล่อยให้พลังอำนาจที่คุกคามอนาคตของมนุษยชาติ และก็ยังค้นพบความหวังอันริบหรี่ที่อาจจะช่วยให้ ครอบครัวที่ใกล้จะบ้านแตกสาแหรกขาดของเขา รอดจากวิบัติการณ์สยองโลกครั้งนี้ไปได้

---------------------------------------

ความจริงแล้วโนะรินเป็นคนที่ชอบหนังแนวโทนมืดหม่นเป็นอย่างมาก ยิ่งบีบคั้นอารมร์หนักหน่วงยิ่งชอบ พอ M.Night มาจับหนังแนวนี้มีหรือจะพลาด เขาเป็นสุดยอดผู้กำกับในดวงใจ 1 ใน 3 ของเรา (อีกสองคือทิม เบอร์ตัน และ จอร์จ เอ โรเมโร่ - มีแต่หนังมืดมน)

(เพิ่งนึกออกว่าอิโนรันเป็นผู้ชายมืดหม่น Dir en Grey ก็เป็นวงดนตรีมืดหม่น....เออ ฉันเป็นผู้หญิงมืดหม่นหรือนี่?)

จริงๆแล้วโนะรินชอบเขียนเรื่องที่ออกแนว Dark ยิ่งคนอ่านอ่านแล้วด่ายิ่งสะใจ (ออกแนวทำร้ายจิตใจ) เอาแบบที่อ่านแล้วรู้สึกหนักหน่วงจมสิ้นไปเลยยยิ่งดี แต่เขียนไปเขียนมาไหงมีแต่เรื่องฮาล่ะเนี่ย?

เอาเป็นว่าลองไปดูเรื่องนี้กันนะคะ คนที่ไม่เคยชมฝีมือผู้กำกับคนนี้ก็ลองดูซะ รับรองจะไม่ผิดหวัง!!

 

NoRin

ไอ่จะไม่โปรโมตหนังให้น้องก็กระไรอยู่ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะไม่ไปดูหนังเรื่องนี้หรอก (แต่ก็คงหาแผ่นมาดูแน่) เหตุผลคือ 1.ไม่ชอบหนังรักแนวนี้ สูตรของคำว่าเพื่อนกับความรัก โดยเฉพาะชายหนึ่งหญิงสอง มันเป็นเรื่องที่ไม่แนวเราแม้แต่น้อย อย่างที่ 2. คือเรื่องนี้เป้เล่นกับก้อย ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ เราชอบน้องก้อย แต่รู้สึกว่าจงใจเอาคนคู่มาโปรโมตกันไปหน่อย แม้ว่าจะเป็นคู่ที่เราชอบก็เหอะ

แต่ถึงอย่างน้อยด้วยความเป็นแฟนคลับ(ขับ)ที่ดี เราก็โปรโมตให้น้อง (ใช่ไหม?....ใช่ไหม?)

แปะโปสเตอร์ก่อน

รัก/สาม/เศร้า เรื่องราวความรักระหว่างเพื่อนของ “ฟ้า” “น้ำ” และ “พายุ” บัณฑิตจบใหม่จากคณะมัณฑนศิลป์ เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสามต้องเลือกทางเดินของชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องความรัก ซึ่ง “ฟ้า” เลือกที่จะแต่งงานกับคนที่เธอรักโดยยอมทิ้งงานในสายอาชีพที่เธอเพิ่งเรียนจบมา “น้ำ” เพื่อนสนิทของฟ้าเลือกที่จะตัดใจจากความรักที่เธอแอบมีให้กับพายุเพื่อจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ ส่วน “พายุ” เพื่อนสนิทของฟ้าและน้ำเลือกที่จะตัดใจจากความรักที่เขาแอบมีให้กับฟ้าแล้วกลับไปอยู่กับแม่ดูแลกิจการโรงแรมที่เชียงราย

แต่ในวันหนึ่ง ฟ้าต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างกะทันหัน แล้วทุกคนก็ได้รู้ว่าฟ้าป่วยด้วยโรคที่ไม่มีทางรักษาและคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน และในระหว่างที่ฟ้าต้องเทียวเข้าเทียวออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว คนรักของฟ้าที่เธอวางแผนจะแต่งงานด้วยก็เกิดไปมีสัมพันธ์อื่น ฟ้าหมดสิ้นกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ในทันที ฟ้าจึงเลือกที่จะเลิกรักษาตัวเองและปล่อยให้โรคร้ายทำลายเธอโดยที่เธอไม่ยอมต่อสู้ใดๆ ช่วงนั้นเองที่พายุตัดสินใจเลื่อนการกลับไปอยู่กับแม่ที่เชียงรายเพื่อเข้ามาอยู่ดูแลฟ้าในช่วงชีวิตสุดท้ายและในช่วงเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้น ฟ้าถึงรู้ว่ารักแท้ที่เธอต้องการนั้นอยู่เคียงข้างเธอมาตลอดสี่ปีที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเพียงแต่เธอไม่เคยสังเกตเห็น ในช่วงเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดนั้นเองที่ฟ้ายอมเปลี่ยนความสัมพันธ์กับพายุจากเพื่อนมาเป็นคนรัก

แต่เมื่อฟ้าเปิดหัวใจให้พายุ ฟ้ากลับบังเอิญได้พบความลับว่า น้ำเพื่อนรักของเธอนั้นแอบรักพายุคนนี้มานานนับปี หัวใจที่ฟ้าเปิดให้กับพายุจึงปิดลงทันที ฟ้าบอกลาพายุโดยไม่ได้บอกกล่าวหรืออธิบายให้พายุได้เข้าใจแต่อย่างไร ฟ้าคิดว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่ที่เธอจะเอาหัวใจของพายุมาทั้งๆที่เธอมีเวลาอยู่ได้อีกไม่นาน ความรักที่มีค่าของพายุ มันน่าจะมีค่ากับน้ำมากกว่าคนที่กำลังจะตายอย่างเธอ

ฟ้าเลือกที่จะหายไปจากชีวิตพายุและน้ำโดยมิได้บอกเหตุผลใดๆ พายุต้องตกอยู่ในห้วงทุกข์กับการจากลาของฟ้าโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้รู้สาเหตุที่แท้จริง ความทุกข์ทรมานของพายุทำให้น้ำที่แอบรักพายุอยู่พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย การเห็นคนที่รักทรมานเป็นสิ่งที่น้ำทรมานกว่า น้ำจึงตัดสินใจออกตามหาฟ้าไปทั่วทุกแห่ง

น้ำได้เพียงแต่หวังภาวนาว่า ด้วยความเป็นเพื่อนรักระหว่างเธอกับฟ้า ขอให้มันมีค่าพอที่จะเปลี่ยนใจฟ้าให้หวนกลับมารักพายุได้อีกครั้ง

เป้ – อารักษ์ อมรศุภศิริ รับบท พายุ ดีเจหนุ่มจากรั้วมัณฑนศิลป์ ศิลปากร โดนหญิงทิ้ง ซวยถูกไฮโซรุมกระทืบในผับ เขาหลงรัก ฟ้า

พีค – ภีทรศยา เครือสุวรรณศิริ รับบท ฟ้า ดาวคณะ สวย รวย ปากร้าย อกหักเพราะแฟนที่อังกฤษนอกใจ เธอรักเพื่อนทุกคนโดยเฉพาะ น้ำ


ก้อย – รัชวิน วงศ์วิริยะ รับบทน้ำ สาว เก๋ เท่ เฉี่ยว ซี้กับฟ้าชนิดสละให้เพื่อนได้ทุกอย่าง แม้กระทั่ง พายุ ผู้ชายที่เธอแอบรัก

หนังเข้าวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ทั่วประเทศ

อย่าลืมไปอุดหนุนน้องรักของโนะรินคนนี้ด้วยเน้อ

NoRin